วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2554

แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 5

แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 5

1.อธิบายภารกิจหรือกิจกรรมที่สำคัญๆ ของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มีอะไรบ้าง
ตอบ
1. ประเมินค่าวัสดุอุปกรณ์ เพื่อจัดซื้อชนิดที่มีประสิทธิภาพและตรงกับจุดมุ่งหมายที่จะใช้
2. ผลิตวัสดุอุปกรณ์การสอนตามความต้องการของผู้สอนในกรณีที่ไม่สามารถจัดหาซื้อได้
3. จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับแจกจ่ายให้ยืม
4. จัดทำแคตตาล็อกวัสดุอุปกรณ์ พร้อมทั้งให้คาปรึกษาแนะนาแก่ผู้ขอรับบริการในการเลือกหรือยืมได้อย่างเหมาะสมกับกิจกรรม
5. จัดระบบการยืมและจองวัสดุอุปกรณ์ให้มีความสะดวกและรวดเร็ว
6. ตรวจเช็ควัสดุและเครื่องมือต่างๆให้อยู่ในสภาพที่ดีเสมอควรทำการตรวจสภาพ เครื่องมือภายหลังการใช้งานทุกครั้ง รวมทั้งการทำความสะอาด และซ่อมแซมถ้ามีสิ่งบกพร่องเกิดขึ้น
7. ให้ข้อสารสนเทศต่างๆ เกี่ยวกับวัสดุการศึกษา อาทิ เช่น จัดพิมพ์เอกสารเผยแพร่การบริการต่างๆ ตลอดจนให้การอบรม การบรรยาย แนะนา อุปกรณ์การสอนใหม่ๆ
8. สร้างความสัมพันธ์กับชุมชน โดยร่วมมือกับหน่วยงานราชการ องค์การสาธารณะ สมาคมหรือสถาบันสังคมอื่นๆ ในการยืมอุปกรณ์หรือการจัดฝึกอบรม ให้คำแนะนำหรือร่วมมือกับสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ในการจัดอบรมหรือเผยแพร่ข่าวสารวิทยาการต่างๆ

2. ถ้าหากพิจารณาบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ จะประกอบด้วยบุคคลด้านใดบ้าง
ตอบ
1. ด้านบริหาร
1.1 หัวหน้าหน่วยงาน
1.2 หัวหน้างานหรือหัวหน้าฝ่าย
1.3 เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
1.4 พนักงานธุรการ
1.5 เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล
2. ด้านการบริการ
2.1 บรรณารักษ์
2.2 นักวิชาการคอมพิวเตอร์
2.3 นายช่างอิเล็กทรอนิกส์- ด้านการผลิตสื่อนักวิชาการโสตทัศนศึกษานักวิชาการช่างศิลป
3. ด้านวิชาการ
4. ด้านการปรับปรุงการเรียนการสอน
5. ด้านกิจกรรมอื่น


3. ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ จำแนกเป็นประเภทที่สำคัญได้กี่ประเภท
ตอบ 3 ประเภท
1. บุคลากรทางวิชาชีพ (Professional Staff) ได้แก่ บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ทางด้านเทคโนโลยีทางการศึกษา หรือโสตทัศนศึกษาระดับปริญญาซึ่งถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ (Media Specialists)
2 บุคลากรกึ่งวิชาชีพ (Paraprofessional Staff) บุคลากรกึ่งวิชาชีพ คือ บุคคลที่ได้วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพโดยมีหน้าที่ช่วยเหลือบุคลากรทาง วิชาชีพเกี่ยวกับด้านเทคนิคหรือด้านบริการ บุคลากรกึ่งวิชาชีพ
3 บุคลากรที่ไม่มีความรู้ทางวิชาชีพ (Non-professional Staff)บุคลากรประเภทนี้ทาหน้าที่ทางด้านธุรกิจ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ ซึ่งจะมีคุณวุฒิหลากหลายจะใช้ความรู้ความชำนาญเฉพาะในหน้าที่ของตน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าจานวนบุคคลในแต่ละประเภทจะมีมากหรือน้อยย่อมขึ้นอยู่กับ นโยบาย ขนาดหรือปริมาณของงาน ขอบเขตของการให้บริการ ลักษณะของระบบงานบริการ จำนวนผู้ใช้บริการ และงบประมาณของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้แต่ละแห่งเป็นสำคัญ


4. ท่านมีขั้นตอนในการจัดหาสื่อการเรียนการสอน มาใช้บริการในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ มี 4 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 ขั้นสำรวจสภาพของสื่อในสถานศึกษา คือ การสำรวจสื่อวัสดุ การสำรวจเครื่องมือ
ขั้นตอนที่ 2 การสำรวจสถานที่ เป็นการวางแผนจะใช้สถานที่ส่วนใดในการทำกิจกรรม
ขั้นตอนที่ 3 การสำรวจความต้องการของผู้ใช้เพื่อทราบความต้องการในการใช้สื่อต่างๆ
ขั้นตอนที่ 4 ขั้นตอนการจัดหา โดยนำข้อมูลที่ได้ นำมาเขียนเป็นโครงการ เพื่อวางแผนในด้านงบประมาณ


5. อธิบายวิธีการจัดซื้อจัดหาวัสดุครุภัณฑ์เพื่อมาใช้ในกิจกรรมและบริการ ท่านมีหลักเกณฑ์สำคัญ อะไรบ้าง
ตอบ
วิธีการจัดซื้อจัดหาวัสดุครุภัณฑ์เพื่อมาใช้ในกิจกรรมและบริการ มีหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
1. ความคงทน ( Ruggedness) โดยพิจารณาถึงวัสดุที่ประกอบเป็นตัวเครื่องให้ความคงทนแข็งแรง ไม่แตกหักง่าย
2. ความสะดวกในการใช้งาน (Ease of Operation) โดย พิจารณาถึงการควบคุม การบังคับกลไกไม่ซับซ้อนจนเกินไปหรือมีปุ่มต่างๆมากมายเกิน ไป
3. ความกะทัดรัด (Portability) โดยพิจารณาถึงขนาดของตัวเครื่อง น้ำหนัก ความสะดวกในการเก็บและเคลื่อนย้าย
4. คุณภาพของเครื่อง (Quality of Peration) เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับมาตรฐานที่ประกอบรวมกันเป็นไปตามคุณสมบัติต้องการใช้งานเพียงใด
5. การออกแบบ (Design) เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับรูปลักษณว่าสวยงามมีความทันสมัย การติดตั้งอุปกรณ์ประกอบออกแบบให้ใช้ได้ง่าย
6. ความปลอดภัย (Safety) เป็นการพิจารณาว่ามีส่วนใดส่วนหนึ่งที่น่าจะเกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายได้ง่ายขณะใช้งาน
7. ความสะดวกในการบำรุงรักษาและซ่อมแซม ( Ease of Maitenance and Repair) เป็น การพิจารณาว่ามีส่วนประกอบใดที่ยุ่งยากต่อการซ่อมแซมหรือมความยากลำบากในการ ดูแลรักษาหรือมีส่วนประกอบที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงเมื่อชำรุดแล้วไม่สามารถ ซ่อมแซมได้เลย
8. ราคา (Cost) ใน การจัดซื้อจัดหาวัสดุอุปกรณ์มาใช้หรือเพื่อบริการควรคำนึงถึงราคาซึ่งไม่แพง เกินไปที่สำคัญพิจารณาถึงความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานแล้วจึงนำ ไปเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดเหมาะสมกับราคาและคุณภาพของเครื่องมืออุปกรณ์ นั้น
9. ชื่อเสียงของบริษัทผู้ผลิต (Reputation of Manufacturer)การ พิจารณาบริษัทผู้ผลิตเพื่อจะได้ทราบว่าวัสดุอุปกรณ์ที่ซื้อนั้นมีจำนวนและ รุ่นที่ผลิตออกมามากน้อยเพียงใด หากเป็นบริษัทที่มั่นคงมีชื่อเสียงจะเห็นได้ว่ามีระบบการผลิต ระบบการจัดการอี่นๆ ที่ได้มาตรฐาน ทำให้วัสดุอุปกรณ์มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ
10. การบริการซ่อมแซม (Available Service) อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆควร เป็นแบบที่สามารถซ่อมแซมได้ง่าย รวดเร็วและมีบริการดูแลบำรุงรักษาที่เอาใจใสดูแลบำรุงสม่ำเสมอและมีอะไหล่ สำรองไว้เพียงพอหรือเมื่อมีปัญหาทางบริษัทสามารถแก้ปัญหาให้รวดเร็ว

.................................................

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 4



กิจกรรมสัปดาห์ที่ 4

1. การนำเสนอรายงานดูงานสำนักหอสมุดชั้น 5



2. สรุปหลักการบริหารจัดการ
หลักการบริหารของ Fayol
1. การแบ่งงานกันทำ
2. อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
3. ระเบียบวินัย
4. เอกภาพในการบังคับบัญชา
5. เอกภาพของการอำนวยการ
6. การถือเอาประโยชน์ส่วนรวมก่อนประโยชน์ส่วนตัว
7. การให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมและเป็นธรรม
8. การรวมอำนาจ
9. การมีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน
10.การจัดระเบียบ
11. ความเสมอภาค
12.ความมั่นคงในการทำงาน
13.ความคิดริเริ่ม
14.ความสามัคคี

หลักการการจัดการที่สำคัญของ Fayol
1. การวางแผน (Planning)
2. การจัดองค์กร (Organizing)
3. การบังคับบัญชา (Command)
4. การประสานงาน (Co-ordination)
5. การควบคุม (Control)

การจัดการตามหลักการบริหาร ของ Oliver Sheldon
Oliver Sheldon ชาวอังกฤษได้พัฒนาความคิดในเรื่องการจัดการและการบริหาร
หลักการของ Sheldon แบ่งออกเป็น 3 ประการ
1. การบริหาร (Administration)
เป็นเรื่องเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายและการประสานงานในหน้าที่ต่างๆ
2. การจัดการ (Management)
เป็นเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายภายในขอบเขตจำกัดซึ่งกำหนดขึ้นโดยฝ่ายบริหาร
3. หน้าที่ในการจัดองค์การ
เป็นกระบวนการประสานงานระหว่างบุคคลหรือระหว่างกลุ่มบุคคล

การจัดการตามหลักการบริหาร POSDCORB
P (Planning) การวางแผน : เป็นการกำหนดสิ่งที่ต้องการและวิธีการให้บรรลุผลตามต้องการ
O (Organizing) การจัดองค์การ : เป็นการกำหนดโครงสร้างที่เป็นทางการของอำนาจ
S (Staffing) การบริหารงานบุคคล
D (Directing) การสั่งการ
CO (Co-ordinating) การประสานงาน
R (Reporting) การรายงานต่อฝ่ายบริหาร
B (Budgeting) การวางแผนการเงิน บัญชีและการควบคุม


3.สรุปการจัดการสำนักหอสมุด
การจัดหมวดหมู่หนังสือในสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา ใช้ระบบการจัดการเก็บแบบระบบทศนิยมดิวอี้ (อังกฤษ: Dewey Decimal Classification) เรียกย่อๆ ว่า D.C. หรือ D.D.C เป็นระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือในห้องสมุดระบบหนึ่งซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
การแบ่งหมวดหมู่หนังสือระดับที่ 1 แบ่งตามประเภทของสรรพวิชาใหญ่ๆ 10 หมวด โดยใช้ตัวเลขหลักร้อยเป็นตัวบ่งชี้
000 เบ็ตเตล็ดหรือความรู้ทั่วไป
100 ปรัชญา
200 ศาสนา
300 สังคมศาสตร์
400 ภาษาศาสตร์
500 วิทยาศาสตร์
600 วิทยาศาสตร์ประยุกต์หรือเทคโนโลยี
700 ศิลปกรรมและการบันเทิง
800 วรรณคดี
900 ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์

หอสมุดแบ่งฝ่ายงานต่างๆออกเป็น 7 ฝ่าย ได้แก่
1. สำนักงานเลขานุการ
2. ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ
3. ฝ่ายบริการสารสนเทศ
4. ฝ่ายพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ
5. ฝ่ายวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ
6. ฝ่ายเอกสารและวารสาร
7. ฝ่ายโสตทัศนศึกษา

1. สำนักงานเลขานุการ เป็นฝ่ายที่สนับสนุนภารกิจหลักของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา ให้สามารถดำเนินการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ มีหน้าที่หลักในการดำเนินงานได้แก่ งานสารบรรณ การบริหารงานบุคคล จัดทำแผนและงบประมาณ อาคารสถานที่และยานพาหนะ ประชาสัมพันธ์ การเงินบัญชีและพัสดุ โดยอำนวยความสะดวกและประสานงานระหว่างสำนักหอสมุดกับหน่วยงานภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
2. ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบงานให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศแก่ฝ่ายต่าง ๆ ดูแลระบบเครือข่าย จัดการฐานข้อมูล ตลอดจนแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์โปรแกรมและเครือข่าย เพื่อให้ฝ่ายต่าง ๆ สามารถใช้เทคโนโลยีในการดำเนินงานและให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศแก่ผู้ปฏิบัติงาน ให้สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ฝ่ายบริการสารสนเทศ ฝ่ายบริการสารสนเทศ ทำหน้าที่ให้บริการยืม-คืนหนังสือ/วิทยานิพนธ์ แนะนำการใช้ห้องสมุดและบริการต่าง ๆ ของห้องสมุด รวมทั้งดูแลความเรียบร้อยของชั้นหนังสือ
4. ฝ่ายพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ ทำหน้าที่คัดเลือก จัดหาหนังสือจากภายในและต่างประเทศให้สอดคล้องกับแผนการเรียนการสอน การศึกษาค้นคว้าวิจัยของมหาวิทยาลัยบูรพารวมทั้งดำเนินงานบำรุงรักษาหนังสือให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์อีกด้วย
5. ฝ่ายวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ ทำหน้าที่วิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ เพื่อ ให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง ทันสมัยและตรงกับความต้องการ โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและวิธีการต่าง ๆ มา ใช้ในการดำเนินงานสร้างฐานข้อมูลบรรณานุกรมหนังสือ และสื่อโสตทัศน์ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ
6. ฝ่ายเอกสารและวารสาร มีขอบเขตความรับผิดชอบดำเนินการคัดเลือก การจัดหา ตรวจรับลงทะเบียนวารสาร หนังสือพิมพ์ และจดหมายข่าว การจัดทำรายการบรรณานุกรมวารสาร การจัดทำดัชนีวารสารการจัดทำหน้าสารบัญวารสาร การจัดทำวารสารสถาบันฉบับเต็ม การเย็บเล่มวารสาร และการดูแลห้องอ่านวารสาร
7. ฝ่ายโสตทัศนศึกษา เป็นหน่วยงานหนึ่งในงานบริการการศึกษา สังกัดสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา มีหน้าที่ในการคัดเลือก จัดหา บริการยืม-คืน สื่อโสตทัศน์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์แก่สมาชิก บริการศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเอง ห้องมินิโฮมเธียเตอร์ โดยให้บริการเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ตลอดจน ให้บริการ VIDEO/CD on Demand รายการภาพยนตร์ และนิทรรศการออนไลน์บนเว็บไซต์สำนักหอสมุด


............................................................

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ..2



แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 3-4-5 รายวิชา 423312 Learning Resources Center Management

1. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ถ้าแบ่งตามกลุ่มเป้าหมายของระบบการศึกษาได้กี่ประเภท อะไรบ้าง จงอธิบาย
ตอบ 3 ประเภท ดังนี้
1. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาในระบบโรงเรียน หมายถึง หน่วยงานที่สนับสนุนการเรียนการสอนทั้งสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ซึ่งมีการดำเนินการได้หลายลักษณะและมีชื่อเรียกต่างกัน ทั้งศูนย์วัสดุการเรียน, ศูนย์โสตทัศน์และห้องสมุด, ศูนย์วัสดุอุปกรณ์การศึกษา ศูนย์สื่อการสอน, ศูนย์โสตทัศนวัสดุ, ศูนย์วัสดุการสอนหรือศูนย์วัสดุการศึกษา ศูนย์โส

ตทัศนูปกรณ์
หรือหน่วยบริการโสตทัศนูปกรณ์, สำนักเทคโนโลยีการศึกษา, ศูนย์เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา เป็นต้น
2. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษานอกระบบ เป็นศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ที่มีเป้าหมายโดยมุ่งการให้บริการกับผู้เรียนที่มีจุดมุ่งหมายให้ผู้เรียนได้รับความรู้ด้านพื้นฐาน ทักษะในการประกอบอาชีพ และทักษะที่จำเป็นสำหรับความรู้ด้านอื่นๆ เป็นฐานในการดำรงชีวิต เช่น ศูนย์ฝึกอาชีพ, ศูนย์การเรียน เป็นต้น
3. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาตามอัธยาศัย เป็นศูนย์รวมและให้บริการความรู้โดยมุ่งให้กลุ่มเป้าหมายได้ศึกษาจากประสบการณ์การทำงาน บุคคล ครอบครัว สื่อมวลชน ชุมชน แหล่งความรู้ต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ความบันเทิง และ
การพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ เป็นต้น


2. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ ประเภทศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาในระบบโรงเรียน มุ่งสนับสนุนการเรียนการสอนทั้งสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ และมีการดำเนินการในหลายลักษณะ ทั้งศูนย์วัสดุการเรียนและศูนย์โสตทัศน์และห้องสมุด เป็นต้น
ประเภทศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษานอกระบบ มุ่งให้ผู้เรียนได้รับความรู้พื้นฐาน ทักษะในการประกอบอาชีพ และทักษะที่จำเป็นสำหรับความรู้ด้านอื่นๆ ซึ่งเป็นฐานในการดำรงชีวิต เช่น ศูนย์ฝึกอาชีพ, ศูนย์การเรียน เป็นต้น
ประเภทศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาตาม
อัธยาศัย มุ่งผู้เรียนได้ศึกษาจากประสบการณ์การทำงาน บุคคล ครอบครัว สื่อมวลชน ชุมชน แหล่งความรู้ต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ความบันเทิง และการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น พิพิธภัณฑ์กา
รเรียนรู้ เป็นต้น

3. ให้นิสิตหาตัวอย่างศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ประเภท ละ 3 ศูนย์ พร้อมบอกสถานที่ตั้ง และกลุ่มเป้าหมายของศูนย์นั้น ๆ พร้อมแหล่งอ้างอิง
ตอบ • ประเภทศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาในระบบโรงเรียน

ตัวอย่าง ที่ 1 ศูนย์วิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนพญาไท ปทุมวัน กรุงเทพ 10330
กลุ่มเป้าหมาย : เป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาที่เพียบพร้อม สมบูรณ์ด้วยทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภทที่มีมาตรฐาน สามารถให้บริการสนองความต้องการด้านการเรียน การสอน การวิจัย และความใฝ่รู้ของประชาคมมหาวิทยาลัย และสังคม แหล่งอ้างอิง : http://www.car.chul

a.ac.th/aboutus/

ตัวอย่าง ที่ 2 ศูนย์โสตทัศนศึกษากลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้า :นายบรรพต สร้อยศรีโทรศัพท์ :0-2218-2947สถานที่ :ชั้น 3 ศูนย์วิทยทรัพยากรe-Mail :banphot.s@car.chula.ac.th
กลุ่มเป้าหมาย : สนับสนุนการเรียนการสอน การค้นคว้าวิจัยของอาจารย์ นิสิต บุคลากรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตลอดจนบุคลากรภายนอกมหาวิทยาลัย
แหล่งอ้างอิง : http://www.car.chula.ac.th/aboutus/10/


ตัวอย่าง ที่ 3 สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เลขที่ 2 ถนนพระจันทร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
กลุ่มเป้าหมาย : ส่งเสริมการเรียนกา
รสอน การวิจัยของมหาวิทยาลัย สนับสนุนและบริการทางวิชาการแก่สังคมตามอุดมการณ์ของมหาวิทยาลัย
แหล่งอ้างอิง : http://library.tu.ac.th/tulib/index.php/about-us/vision-mission


• ประเภทศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษานอกระบบ
ตัวอย่าง ที่ 1 ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานครบางพลัด ตั้งอยู่ ซอยจรัลสนิทวงศ์ 79 ถนนจรัลสนิทวงศ์ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0 2423 2025 – 26
กลุ่มเป้าหมาย : ผู้ที่สนใจฝึกอบรมอาชีพ
แหล่งอ้างอิง : http://archeep-nutmag10.blogspot.com/2011/01/blog-post_25.html

ตัวอย่าง ที่ 2 ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก)
ฝ่ายพัฒนาชุมชนฯ สำนักงานเขตบางกะปิ โทร.02369-2823-4
กลุ่มเป้าหมาย : สำหรับผู้ว่างงานและประชาชนทั่วไป
แหล่งอ้างอิง : http://www.info.ru.ac.th/Training%
20center-Bkk_in_Ram/index.htm

ตัวอย่าง ที่ 3 ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร วัดสุทธาวาส บางกอกน้อย วัดสุทธาวาส ถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ ตามนี้เลยครับ 02-412 4611-2
กลุ่มเป้าหมาย : สำหรับผู้ว่างงานและประชาชนทั่วไป
แหล่งอ้างอิง : http://archeep-center.blogspot.com/2010/10/blog-post_4528.html

• ประเภทศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึ
กษาตามอัธยาศัย
ตัวอย่าง ที่ 1 มิวเซียมสยามพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ เลขที่ 4 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200โทรศัพท์ 02 225 2777โทรสาร 02 225 2775
กลุ่มเป้าหมาย : บุคลทั่วไปและบุคคลสนใจ

แหล่งอ้างอิง : http://www.me-dzine.com/place/Museum-Siam.html

ตัวอย่าง ที่ 2 พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้อุตุนิยมวิทยา ณ กรมอุตุนิยมวิทยา บางนา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กรมอุตุนิยมวิทยา โทร. 02-399-4568 ถึง 74
กลุ่มเป้าหมาย : ผู้สนใจ
แหล่งอ้างอิง : http://www.tmd.go.th/


ตัวอย่าง ที่ 3 พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ตั้งอยู่เลขที่ 43/2 หมู่ 1 ถ.ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
กลุ่มเป้าหมาย : บุคลทั่วไปและบุคคลสนใจ
แหล่งอ้างอิง : http://www.nctv.co.th/
nakornpathomnctv/hunkeypung.htm


4. ให้นิสิตแต่ละคน หาตัวอย่างของศูนย์สำหรับ
การศึกษาตามอัธยาศัยมา คนละ 1 ศูนย์ โดยต้องอธิบายดังรายละเอียดต่อไปนี้

4.1 นโยบาย ของศูนย์ วิสัยทัศน์ และกลุ่มเป้าหมายของศูนย์
4.2 แหล่งที่มาของศูนย์
4.3 แผนการดำเนินงาน (ถ้ามี)


ตอบ มิวเซียมสยามพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ เลขที่ 4 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200โทรศัพท์ 02 225 2777โทรสาร 02 225 2775

4.1 นโยบาย ของศูนย์ วิสัยทัศน์ และกลุ่มเป้าหมายของศูนย์ :
เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ให้ความรู้เรื่องความเป็นมาของ บ้านเมือง จนมาเป็นประเทศไทยในปัจจุบัน เพื่อก่อเกิดการเรียนรู้ สร้างสำนึกรักบ้านเมืองและท้องถิ่นของตน รวมทั้งเชื่อมโยงความสัมพันธ์ใน
ลักษณะ"เครือญาติ" กับประเทศเพื่อนบ้านอันเป็นองค์ความรู้ที่นำไปสู่ความมั่นคงและสันติภาพใน ภูมิภาค
4.2 แหล่งที่มาของศูนย์ : รัฐบาลมีภารกิจที่สำคัญ คือ การทำให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ทำให้คนไทยมี คุณภาพด้วยการที่สามารถแสวงหาความรู้ใหม่ๆ ด้วยตนเองได้ตลอดเวลา ดังนั้นสังคมจึงควรมีแหล่งที่จะแสวงหาความรู้ที่มีความหลากหลายในรูปแบบและ เนื้อหา ในประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนมากจะมีแหล่งแสวงหาความรู้สำหรับคนในแต่ละช่วงวัย และมีความสนใจต่างๆ โดยมีทั้งห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ ศูนย์วัฒนธรรม ศูนย์นันทนาการและกีฬา โรงละคร หอศิลป์ และสถานที่แสดงดนตรี รวมทั้งสนับสนุนให้ ชุมชนมีกิจกรรมเพื่อการเติบโตของความรู้ สติปัญญา แ
ละความงอกงามของจิตใจ สำหรับประเทศไทยซึ่งจำเป็นต้องขยายโอ
กาสทางการศึกษา ด้วยสถาบันใหม่ที่จะมารองรับการศึกษายุคปฏิรูปให้ทันกับโลกยุคการเรียนรู้ แบบไร้ขีดจำกัด (school without walls) เพราะคุณภาพชีวิตของคนรุ่นใหม่ให้คุณค่าต่อการศึกษาเรียนรู้ ที่ทำให้สามารถเข้าใจโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สามารถเข้าใจปัญหาที่เผชิญหน้าควบคู่ไป
กับความเพลิดเพลิน ประเทศจึงต้องการ "พิพิธภัณฑ์" ในฐานะที่เป็นสถาบันใหม่ที่สะท้อนความมั่นคงของสังคม วัฒนธรรม ลักษณะเฉพาะตน และความภาคภูมิใจในสังคมของตน
4.3 แผนการดำเนินงาน (ถ้ามี) : ใช้เวลาในการดำเนินการ รวม
5 ปี ( ปี 2547 - ปี 2551 )


5. ให้นิสิตแต่ละคนหาตัวอย่างผังโครงสร้างของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ มาคนละ 2 ผังโครงสร้าง พร้อมเขียนอธิบายดังนี้


5.1 แหล่งอ้างอิงของโครงสร้างศูนย์
5.2 โครงสร้างดังกล่าวเป็นประเภทใด เพราะเหตุใด


ผังโครงสร้างของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ผังที่ 1


5.1 แหล่งอ้างอิงของโครงสร้างศูนย์http://www.car.chula.ac.th/downloader2/9dd159a4b396e4c57c34898becb88a95/

5.2 โครงสร้างดังกล่าวเป็นประเภทใด เพราะเหตุใด

ตอบ เป็นแบบ Line and Staff Organization เพราะเป็นหน่วยงานขนาดใหญ่ ซึ่งลำพังผู้บริหารคนเดียวไม่สามารถดำเนินการได้ จึงมีในรูปแบบของคณะกรรมการต่าง ๆ เข้ามาเป็นผู้ช่วยควบคุมการทำงานโดยมีอำนาจทางอ้อมในการดำเนินการนั้น ๆ


ผังโครงสร้างของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ผังที่ 2


5.1 แหล่งอ้างอิงของโครงสร้างศูนย์
http://library.tu.ac.th/tulib/index.php/about-us/organizations

5.2 โครงสร้างดังกล่าวเป็นประเภทใด เพราะเหตุใด
ตอบ เป็นแบบ Line and Staff Organization เพราะเป็นหน่วยงานขนาดใหญ่ ซึ่งลำพังผู้บริหารคนเดียวไม่สามารถดำเนินการได้ จึงมีในรูปแบบของคณะกรรมการต่าง ๆ เข้ามาเป็นผู้ช่วยควบคุมการทำงานโดยมีอำนาจทางอ้อมในการดำเนินการนั้น ๆ


-----------------------------

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ..



ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้


หมายถึง ศูนย์สื่อการศึกษามีฐานะเป็นหน่วยงานบริการอย่างหนึ่งหรือเป็นแหล่งกลาง มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อจัดประสบการเรียนการสอนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเป็นแหล่งกลางจัดหา จัดเก็บรวบรวมสื่อ ผลิต บริการและให้คำปรึกษาให้ข้อสนเทศเกี่ยวกับสื่อการศึกษาอย่างครบวงจร รวมถึงการพัฒนาบุคลากรและการใช้นวัตกรรมในการเรียนการสอน


ยกตัวอย่าง เช่น




  • สถาบันเทคโนโลยีแห่งชาติ
  • หน่วยโสตทัศนศึกษา โรงเรียน/ศูนย์การศึกษาโรงเรียนจังหวัด



วีดิทัศน์ที่ได้รับชม

ชื่อ พิพิธภัณฑ์เครื่องใช้ไม้ไผ่ บ้านบางเจ้าฉ่า จังหวัดอ่างทอง

" ไม่ได้เป็นศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ เพราะว่า ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้นั้นจะต้องเป็นสถานที่รวบรวมสื่อการสอน เก็บพัสดุและการใช้นวัตกรรมอื่นๆ รวมทั้งการให้บริการสื่อไปสู่ชั้นเรียน ห้องปฏิบัติการในโรงเรียน ซึ่งได้มีการจัดการระเบียบสถานที่และผู้ร่วมงานเพื่อสนองความต้องการของผู้สอนและผู้เรียนตามจุดหมายของการศึกษา เป็นต้น "




ในแหล่งการเรียนรู้ที่ได้ศึกษามีสื่อที่ใช้ คือ
  • แบบนิทรรศการ
  • แบบจำลอง
  • การสาธิต
  • ฯลฯ

http://www.dei.ac.th/ac/06.doc

--------------------------------------------------------------------

วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2553

ความประทับใจ @ BUU

11.01.10


ตอนนี้ ผ่านมาจะหนึ่งปีแล้วที่มาอยู่ บางแสนแห่งนี้
แต่การเดินทางก็ยังไม่สิ้นสุด ยังคงต้องดำเนินต่อไปเรื่อยๆ


แต่ที่ผ่านมา ประสบการณ์ต่างๆ เข้ามาในชีวิตมากมาย
ไม่ว่าจะเป็น การรับน้อง การได้เป็นเฟรชชี่ใหม่ การได้รู้จักรุ่นพี่ etc.
ความประทับใจต่างๆ มีอยู่ในทุกตอนของช่วงเวลานั้นๆ





ช่วงเวลาของการรับน้องนั้น เป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างยาก
ต้องผ่านเรื่องกดดันต่างๆ และยังต้องทำในสิ่งที่เราไม่อยากทำ

และไม่เคยทำ แต่ ...

เมื่อผ่านมันมาได้แล้วกลับรู้สึก ดี ที่ได้ผ่านประสบการณ์เช่นนี้มา
อย่างน้อย เราก็ เคยได้ผ่านมันมา


จากก้าวแรกที่ยังเป็นเด็กมัธยมปลาย
กลายมาเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยอย่างเต็มภาคภูมิ
ภูมิใจ ดีใจที่ได้มาอยู่ที่นี่ การเรียนรู้ชีวิตที่ต่างจากที่เคยเป็น
กลับกลายเป็นสิ่งที่น่าค้นหา และอยากพบเจอ


โชคดี ที่มีเพื่อนที่ดี คอยอยู่เคียงข้างเสมอมา
คอยดูแลเอาใจใส่ในทุกเรื่อง เสมือนว่าเราคือ ครอบครัวเดียวกัน
นั่น คือ มิตรภาพ ดีๆ

เรื่องการเรียน ..
ไม่ว่าเป็นทั้งอาจารย์ และเพื่อนก็คอยช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา
ไม่ทอดทิ้งให้โดดเดี่ยว


ที่นี่มีทุกๆ อย่างให้เรียนรู้ ให้ได้ใช้ชีวิต
อยู่ที่ว่า ' เราเลือจะเดินไปเส้นทางไหน '


ขอบคุณทุกๆ สิ่ง ไม่ว่าจะเป็นโชคชะตา
พรหมลิขิต หรือ อะไรก็แล่วแต่
ที่ทำให้เราได้มาอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ได้มาเจอกัน
****************